ผู้บริหารหมู่บ้านช้างพัทยาเผยเหตุ “พลายค้ำคูณ” วิ่งทำร้ายต่างชาติเจ็บสาหัส คาดเป็นเพราะผิดมือ พร้อมปลด “ค้ำคูน” ออกจากปางหวั่นประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เบื้องต้นเตรียมเยียวยาผู้บาดเจ็บหลังออก รพ. (มีคลิป)

             (26 ส.ค.62) จากกรณีเกิดเหตุการณ์ พลายค้ำคูน ช้างหนุ่มอายุ 38 ปี ก่อเหตุทำร้าย Mr.Hans Dieter Shierding อายุ 69 ปี สัญชาติเยอรมัน ภายในซอยหนองไม้แก่น 19 ม.7 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรีได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณขาข้างซ้าย จนเป็นแผลเหวอะหวะ และเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลบางละมุง จนมีอาการปลอดภัยแล้วนั้น
            ล่าสุดวันนี้ (26 ส.ค.62) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณหมู่บ้านช้างพัทยา เพื่อติดตามความคืบหน้าอาการของพลายค้ำคูน ซึ่งในขณะนี้อยู่ในอาการปกติแล้ว โดยนายไพรัตน์ ไชยะคำ ผู้บริหารหมู่บ้านช้างพัทยา ออกมาเปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า พลายค้ำคูนเป็นช้างที่ควาญช้างซื้อต่อมาจากเจ้าของเดิมจากจังหวัดสุโขทัยในราคา 1.3 ล้านบาท โดยมีควาญเบิร์ดเป็นเจ้าของช้างคนใหม่ ซึ่งบอกว่าค้ำคูนเป็นช้างที่สุภาพ เรียบร้อย ทั้งนี้ในเช้าวันที่เกิดเหตุ (24 ส.ค.62) ซึ่งควาญที่อยู่ภายในหมู่บ้านช้างจะนำช้างทุกเชือกไปอาบน้ำ รวมถึงพลายค้ำคูนด้วย เมื่ออาบน้ำแล้วเสร็จทุกเชือกก็กลับปางช้าง แต่พลายค้ำคูนกลับวิ่งหนีไปโดยไม่ทราบสาเหตุ ทุกคนเลยช่วยกันไปดักจับ เนื่องจากเกรงว่าพลายค้ำคูนจะทำอันตรายผู้ที่อยู่ใกล้ ยิ่งทำให้พลายค้ำคูนเกิดอาการหงุดหงิด เนื่องจากไม่ชินสถานที่และเจ้าของคนใหม่ จึงไม่ไว้ใจใคร เมื่อถูกตามไล่จับยิ่งทำให้หงุดหงิด จนเป็นเหตุให้ทำร้ายชาวต่างชาติเมื่อเจอในระยะประชั้นชิด ซึ่งหลังจากตามจับตัวพลายค้ำคูนมาได้ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน พบว่ามีอาการตกมันเล็กน้อย แต่ในขณะนี้อยู่ในภาวะปกติแล้ว

              ส่วนการเยียวยาแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บนั้น เบื้องต้นได้ชดเชยค่าทำขวัญให้กับผู้บาดเจ็บที่เป็นผู้หญิงที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปใกล้พลายค้ำคูนจนรถล้มได้รับบาดเจ็บไปจำนวน 50,000 บาท ส่วน Mr.Hans Dieter Shierding จะพูดคุยตกลงเพื่อเยียวยาค่ารักษาพยาบาลหลังออกจากโรงพยาบาลในวันรุ่งขึ้น (27 ส.ค.62) ทั้งนี้นายไพรัตน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า นายเบิร์ดซึ่งเป็นควาญพลายค้ำคูน นำพลายค้ำคูนเข้ามาขออาศัยทำมาหากินด้วยการพานักท่องเที่ยวนั่งหลังช้างเที่ยวชมป่า แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น คงจะไม่ให้ทำมาหากินที่ปางช้างแห่งนี้อีก เพราะยังไม่ได้ตกลงทำสัญญาอย่างเป็นทางการ เนื่องจากมีประวัติทำร้ายผู้คน เกรงว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย และก่อให้เกิดการเสื่อมเสียภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว