อำเภอสัตหีบเรียกประชุมผู้ประกอบการโรงแรม หลังมีคำสั่ง ม. 44 ส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานธุรกิจโรงแรม (มีคลิป)

             เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.62 นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ ได้เป็นประธานในการชี้แจงคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 6/2562 เรื่อง มาตรการส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานการประกอบธุรกิจโรงแรมบางประเภท ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลพลูตาหลวง ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมีผู้ประกอบการโรงแรมในเขตพื้นที่ ได้แก่ ตำบลพลูตาหลวง ตำบลแสมสาร และตำบลสัตหีบ กว่า 120 ราย เข้าร่วมรับฟังคำชี้แจ้ง ซึ่งมีนายสมบูรณ์ ลาลาด รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลพลูตาหลวง พร้อมด้วยผู้แทนจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมประชุม อาทิ ร้อย รส.ฐานทัพเรือสัตหีบ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เทศบาลเมืองสัตหีบ เทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ อบต.พลูตาลหวง อบต.แสมสาร เพื่อหาแนวทางส่งเสริมการประกอบอาชีพโรงแรมสุจริตของชุมชนเพื่อให้เศรษฐกิจมีความคล่องตัว เกิดการกระจายรายได้ เกิดการสร้างงาน พร้อมจัดให้กิจการที่อยู่นอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบให้ถูกต้องตามกฎหมาย มีการบริหารจัดการที่ดีและมีการตรวจสอบควบคุมโดยรัฐ
                  จากกรณีเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2562 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 6/2562 เรื่อง มาตรการส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานการประกอบธุรกิจโรงแรมบางประเภท คำสั่งดังกล่าวระบุว่า โดยที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการประกอบอาชีพสุจริตของชุมชนเพื่อให้เศรษฐกิจมีความคล่องตัว เกิดการกระจายรายได้ เกิดการสร้างงาน ขณะเดียวกันก็ลดความขัดแย้งในชุมชนและจัดให้กิจการที่อยู่นอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบให้ถูกต้องตามกฎหมาย มีการบริหารจัดการที่ดีและมีการตรวจสอบควบคุมโดยรัฐ ตามหลักการดังกล่าวนี้ปรากฏว่ามีผู้นำอาคารมาให้บริการเป็นที่พักแก่ประชาชน บ้างใช้บ้านเรือนที่อยู่อาศัยให้บริการในรูปแบบของโรงแรมตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อหารายได้ ซึ่งกรณีเหล่านี้มีจำนวนมากกว่าสองหมื่นแห่งที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการได้โดยถูกต้องตามกฎหมายข้อขัดข้องบางส่วน เนื่องจากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดการใช้ที่ดินตามกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง และข้อกำหนดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมซึ่งมีจำนวนหลายพันแห่งตามจังหวัดต่าง ๆ มากกว่าห้าสิบจังหวัด และยังมีที่ไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารอีกหลายพันแห่ง

ซึ่งควรให้โอกาสดำเนินการให้ถูกต้องภายในระยะเวลา และตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่นเดียวกับที่เคยมีกฎหมายผ่อนผันในเรื่องอื่นไว้ทำนองเดียวกันแล้ว อันจะทำให้กิจการเหล่านี้เข้ามาอยู่ในระบบ ลดความขัดแย้งในชุมชน ภาครัฐสามารถตรวจสอบควบคุม ยกระดับมาตรฐานการประกอบการ และสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ผู้รับบริการเองก็ได้รับการบริการที่มีคุณภาพและเป็นธรรม ฝ่ายผู้ประกอบการก็สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินของตน ก่อให้เกิดอาชีพและรายได้ ทั้งยังเป็นกำรส่งเสริมให้มีกำรลงทุนและดูแลรักษากิจการอย่างเต็มความสำมารถทางเศรษฐกิจ โดยยังคงรักษาสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ในชุมชนไว้ได้ จึงจำเป็นต้องแก้ไขข้อขัดข้องที่มีอยู่ดังกล่าว อันจะเป็นประโยชน์ในการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศและส่งเสริมกำรท่องเที่ยว ตลอดจนลดความขัดแย้งในสังคม

Advertisement