ตัวแทนสภาทนายความจังหวัดพัทยา รุดให้ความช่วยเหลือชาวบ้าน ม.4 ต.ตะเคียนเตี้ย กว่า 40 หลังคาเรือน หลังเทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ยตรวจสอบพบว่ามีการบุกรุกที่สาธารณะ เตรียมให้รื้อถอนออกนอกพื้นที่เพื่อทำการจัดสร้างสวนสาธารณะ

                 ( 31 พ.ค.62) วันนี้ ที่หมู่ 4 ตำบลตะเคียนเตี้ย นายบัณฑวัฎฐ์ พิมพ์สกุล เลขานุการสภาทนายความจังหวัดพัทยา พร้อมด้วยคณะกรรมการ และที่ปรึกษาช่วยเหลือประชาชนตามกฎหมาย ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ ม. 4 ตำบลตะเคียนเตี้ย หลังจากที่มีประชาชน จำนวนกว่า 30 หลังคาเรือน ในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลตะเคียนเตี้ย ได้เข้ามาร้องขอความช่วยเหลือกับสภาทนายความจังหวัดพัทยา ด้วยเหตุผลที่ว่าเทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ยจะทำการก่อสร้างสวนสาธารณะหนองหอย บนที่ดิน นสล. เลขที่ 25587 หมู่ที่ 4 ตำบลตะเคียนเตี้ย บนพื้นที่ประมาณ 36 ไร่ 84 ตารางวา ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีประชาชนอาศัยมานานกว่า 60 ปีแล้ว โดยปัจจุบันพบว่าทางเทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ยจะทำการรังวัดล้อมรั้วเพื่อดำเนินการก่อสร้างสวนสาธารณะ จึงเป็นสาเหตุให้ราษฎรในพื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถเข้าออกที่พักอาศัยของตนได้โดยปรกติสุข

                   ในวันนี้ทางสภาทนายความจึงได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบหลักฐานเอกสารการเข้ามาจับจองพื้นที่ และอาศัยในพื้นที่ดังกล่าว ว่าครอบครัวใดได้เข้ามาอาศัยในพื้นที่ดังกล่าว ก่อนปี พ.ศ.2528 หรือไม่ เพราะในปี พ.ศ.2528 ได้มีการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เลขที่ 25587 ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเนื้อที่ 36 ไร่ เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน โดยได้มีการปะกาศออกมา ณ วันที่ 13 สิงหาคม 2528 ซึ่งพบว่าจากการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง พบว่ามีหลักฐานยืนยันว่ามีข้อพิพาทการบุกรุกพื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่ปี พ.ศ.2524 แต่ก็พบว่ามีเพียงบางครอบครัวเท่านั้นที่มีหลักฐานการอยู่อาศัยก่อนการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง

              ทั้งนี้จากการเจรจาของทางเทศบาลพบว่าผู้ที่อาศัยส่วนใหญ่ที่ไม่มีเอกสารยืนยันว่าได้เข้ามาอาศัยในพื้นที่ดังกล่าวก่อนปี 2528 จะต้องย้ายออกพื้นที่ โดยแบ่งกลุ่มการดำเนินการในการมีความสามารถในการย้านถิ่นฐานออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มครัวเรือนที่มีอาชีพและมีรายได้มากพอที่จะย้ายถิ่นที่อยู่อาศัยโดยไม่เกิดผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต ต้องย้ายที่อยู่ออกไปจากที่เดิมไม่เกิน 3 เดือน 2.กลุ่มที่ 2 คือครัวเรือนที่มีอาชีพและมีรายได้ปานกลาง ซึ่งการย้ายที่อยู่นั้นอาจส่งผลกระทบในระดับหนึ่ง ต้องย้ายออกจากพื้นที่ไม่เกิน 6 เดือน และกลุ่มที่ 3. คือครัวเรือนที่ไม่มีอาชีพและรายได้ที่จะสามารถย้ายถิ่นที่อยู่อาศัยได้ โดยครัวเรือนกลุ่มนี้เทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ยจะให้อาศัยอยู่ในเขตสวนสาธารณะ เพื่อปฏิบัติงานงานการดูแลรักษาสวนสาธารณะไปพลางก่อน จนกว่าจะมีรายได้หรือมีความสามารถมากพอที่จะย้ายถิ่นที่อยู่ออกไปได้

                อย่างไรก็ตามในส่วนของผู้อาศัยที่ถูกแบ่งกลุ่มทั้ง 3 กลุ่มนั้น จะได้เดินทางไปพบกับทางเทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ยเพื่อรับทราบแนวทางในการดำเนินการย้ายออกทางพื้นที่ โดยหากพบว่าผู้อาศัยทั้ง 3 กลุ่มไม่สามารถที่จะมีหนังสือยืนยันการเข้าอยู่ในพื้นที่ก่อน ปี พ.ศ. 2528 ก็จำเป็นต้องย้ายออกจากพื้นที่สาธารณะดังกล่าวออกไป โดยจำแนกระยะเวลาตามกลุ่มที่ได้ทำการแบ่งเอาไว้ ทั้งนี้หลังจากที่ชาวบ้านได้ออกจากพื้นที่สาธารณะดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อย ทางเทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ยจะได้ทำการก่อสร้างกำแพงรั้วแนวเขตที่ดินต่อไป