ชาวบ้านหนองไม้แก่นร้องสื่อ! ถูกผู้ไม่หวังดีลักลอบปล่อยคราบน้ำมันลงคลองสาธารณะทำน้ำเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง แจ้งหน่วยงานรัฐแก้ไขแต่ไม่คืบ (มีคลิป)

              (22 พ.ค.62) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านหนองไม้แก่น 21 หมู่ที่ 7 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อตรวจสอบลำห้วยและคลองสาธารณะในบริเวณดังกล่าว หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านเป็นจำนวนมากว่ามีกลุ่มคนไม่หวังดีลักลอบปล่อยทิ้งคราบน้ำมันลงไปในคลอง ทำให้สภาพคลองมีความสกปรก มีคราบน้ำมันลอยอยู่เต็ม สัตว์น้ำตายไปเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญน้ำในคลองที่ใช้สำหรับทำการเกษตรไม่สามารถนำมาใช้ได้ อีกทั้งยังเป็นต้นน้ำที่น้ำจะไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำชากนอก ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง ที่สำนักงานการประปาส่วนภูมิภาคจะนำไปใช้ในการผลิตน้ำประปาแจกจ่ายให้กับประชาชน เกรงว่าจะมีสารตกค้างเกิดอันตรายแก่ผู้อุปโภคบริโภคได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวได้แจ้งให้ทางเทศบาลเมืองหนองปรือรับทราบเพื่อให้ลงมาแก้ไขแล้ว แต่ปรากฏว่ามีเพียงเจ้าหน้าที่มาถ่ายภาพและนำป้ายมาปิดประกาศห้ามทิ้งขยะหรือคราบน้ำมันลงสู่คลองสาธารณะเท่านั้น ปัจจุบันปัญหายังเกิดขึ้นต่อเนื่องจนน้ำเริ่มเน่าเสียและมีกลิ่นเหม็นรุนแรง

                 ทั้งนี้จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าคลองดังกล่าวมีขนาดความกว้างประมาณ 2 เมตร ซึ่งไหลจากต้นน้ำบริเวณพื้นที่ตำบลโป่ง ไหลผ่านชุมชน สวนเกษตร ก่อนจะไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำ ซึ่งห่างไปประมาณ 1 กม. โดยพบว่าในลำคลองน้ำมีลักษณะขุ่นเหลือง มีตะกรันและคราบน้ำมันลอยอยู่บนผิวน้ำเป็นจำนวนมาก และส่งกลิ่นเหม็นฉุนรุนแรง ชาวบ้านจึงใช้ฟูกที่นอนและผ้าไปกันไว้ในลำคลองโดยคาดว่าจะสามารถกรองน้ำให้สะอาดขึ้นก่อนไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำ ขณะที่บริเวณกลางคลองมีป้ายปิดประกาศที่เขียนด้วยมือระบุข้อความ “ห้ามทิ้งขยะและน้ำมันลงสู่คลองสาธารณะ” แต่สภาพคลองกลับเสื่อมโทรมลงทุกขณะ

               นางชม้อย ปั้นประสงค์ อายุ 60 ปี เจ้าของสวนในบริเวณดังกล่าว เล่าว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านใช้น้ำจากคลองสาธารณะสายนี้เพื่อนำไปรดน้ำต้นไม้ และทำอาชีพเกษตรกรรม ก่อนจะปล่อยน้ำลงสู่อ่างเพื่อให้การประปาส่วนภูมิภาคนำไปผลิตน้ำประปาแจกจ่ายให้กับประชาชน แต่ปรากฏว่าเมื่อประมาณครึ่งเดือนที่ผ่านมา มีคราบน้ำมันถูกทิ้งลงมาในลำคลองเป็นจำนวนมาก ทำให้สภาพน้ำเกิดความเสื่อมโทรม สกปรก และมีคราบน้ำมันลอยอยู่เต็ม สัตว์น้ำตายเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญยังมีกลิ่นฉุนและเหม็นรุนแรง จึงรีบแจ้งให้เทศบาลเมืองหนองปรือรับทราบเพื่อมาแก้ไข แต่ก็มีเพียงเจ้าหน้าที่มาถ่ายภาพและนำป้ายมาปิดประกาศไว้ จากนั้นก็ไม่มีอะไรคืบหน้าอีก ขณะที่คราบน้ำมันยังคงถูกปล่อยทิ้งมาต่อเนื่องจนชาวบ้านเดือดร้อนอย่างมาก ที่สำคัญน้ำในคลองสายนี้ยังไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำที่จะนำไปใช้ผลิตน้ำประปาจึงเกรงว่าจะส่งผลเสียต่อผู้ใช้น้ำได้


นางชม้อย กล่าวต่อไปว่า ตลอดแนวลำคลองมีสถานประกอบการหลายแห่งที่ตั้งอยู่ริมน้ำ ทั้งโรงงานอุตสาหกรรม สถานประกอบการประเภทต่างๆ ซึ่งคงตอบไม่ได้ว่าใครเป็นคนทิ้งครบน้ำมันลงสู่คลอง จึงอยากให้ภาครัฐใส่ใจและออกไปตรวจสอบและป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจังด้วย เพราะเป็นคลองธรรมชาติที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดปัญหาเหมือนในปัจจุบัน

Advertisement