หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง วางพวงมาลาครบรอบ 96 ปี วันอาภากร

              เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (19 พ.ค 62) ซึ่งเป็นวันครบรอบ 96 ปี กองทัพเรือได้กำหนดให้เป็นวันอาภากร หรือวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์บิดา ผู้ทรงสถิตสถาพร อยู่ในใจของทหารเรือไทย และประชาชนชาวไทยตลอดมา ซึ่งในวันนี้หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กองทัพเรือ ได้ทำพิธีวางพวงมาลา ณ หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี พลเรือตรี วราห์ แทนขำ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง จุดธูปเทียนถวายเครื่องบวงสรวง เครื่องสังเวย และวางพวงมาลา ซึ่งในวันนี้ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ได้จัดหมู่ปืนเล็กยิงสลุตถวายสักการะ จำนวน 19 นัด อีกทั้งได้นิมนต์พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ฉันท์ภัตตาหารเช้า ณ ศาลากรรเชียง หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง

             สำหรับประวัติโดยย่อของพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ประสูติเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2423 และสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2446 ทรงเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาโหมด ในปีพุทธศักราช 2436 ได้เสด็จไปศึกษาวิชาการทหารเรือ ณ ประเทศอังกฤษ ผลการศึกษาปรากฏอยู่ในขั้นดีเยี่ยม มีพระวิริยะอุตสาหะ พระจริยวัตรที่งดงาม เป็นที่รักใคร่ของครู อาจารย์ และเป็นที่ยอมรับของชาวอังกฤษ เมื่อจบการศึกษาได้เสด็จกลับเข้ารับราชการในกระทรวงทหารเรือ รับพระราชทานยศเป็น นายเรือโทผู้บังคับการ ในตำแหน่งนายธงผู้บัญชาการทหารเรือ เมื่อปีพุทธศักราช 2448 ทรงดำรงตำแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ ทรงได้ปรับปรุงการศึกษาของโรงเรียนนายเรือให้เจริญก้าวหน้าดังปรากฏ ทำให้ทหารเรือไทย มีความรู้ ความสามารถ ความชำนาญ สามารถเป็นครูและผู้บังคับบัญชาทหารเรือได้โดยไม่ต้องพึ่งพาชาวต่างประเทศ


เมื่อปี พุทธศักราช 2450 ทรงเป็นผู้บังคับการเรือหลวงมกุฎราชกุมาร นำนักเรียนนายเรือ และนักเรียนช่างกล ไปฝึกภาคต่างประเทศได้ทรงนำเรือและที่ประเทศสิงคโปร์ เปลี่ยนสีเรือจากสีขาวเป็นสีหมอกให้เหมือนเรือรบต่างประเทศ เพื่อให้กลมกลืนกับลักษณะของสีน้ำทะเลและภูมิประเทศอีกด้วย นอกจากนี้พระองค์ท่านยังได้ทรงศึกษาตำราหมอยาไทยอย่างจริงจัง จนมีความรู้แตกฉาน ทรงเป็นหมอยาไทย รับรักษาประชาชนทั่วไป ด้วยน้ำพระทัยโอบอ้อมอารี จนได้รับพระสมัญญาว่า “หมอพร” แห่งราชนาวีไทย

Advertisement