ย่าน้องแซมไม่มั่นใจ เกรงไม่รับความเป็นธรรมหลังหลานชายถูกตีสลบ เย็บ 3 เข็ม ขณะที่อาสาที่ก่อเหตุไม่เคยติดต่อขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น (มีคลิป)

                จากกรณีที่น้องแซม เด็กน้อยวัยสองขวบ ถูกอาสาใช้กระบองตีจนสลบ ได้รับบาดเจ็บถูกเย็บ 3 เข็ม ต้องส่งตัวโรงพยาบาลนานกว่า 3 วัน กระทั่งแพทย์อนุญาตกลับบ้านในเย็นวันนี้ แต่ต้องเฝ้ารอดูอาการก่อน ส่วนในด้านคดีนั้นทางผู้กำกับการ สภ.ต้นสังกัด ยืนยันดำเนินคดีแน่นอน โดยเร่งให้มีการสอบปากคำแม่เด็กเพื่อดำเนินตามขั้นตอนของกฎหมายตามที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

             คืบหน้าล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (28 มี.ค.62) ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก น.ส.อรวรรณ ปลื้มจิตร อายุ 52 ปี ย่าของน้องแซม ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงอาการของน้องแซม ว่าขณะนี้น้องมีอาการดีขึ้นตามลำดับ แต่ต้องรอคำสั่งจากแพทย์ว่าจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ภายในเย็นนี้หรือไม่ ส่วนในด้านทางคดีนั้นถึงตอนนี้ยอมรับว่าไม่รู้ว่าจะได้รับความเป็นธรรมมากน้อยขนาดไหน เพราะคู่กรณีก็มีเพียงกระแสว่านัดมาพบเจ้าหน้าที่เพื่อให้ปากคำแต่สุดท้ายก็ไม่ได้มาตามนัด ทั้งๆ ที่สามารถติดตามตัวได้ และก็ยังไม่มีการติดต่อเพื่อชี้แจงหรือขอโทษในสิ่งที่ได้กระทำลงไปแต่อย่างใด หรือมีอาการเป็นห่วงสอบถามอาการของน้องแซมบ้างเลยสักครั้งตั้งแต่เกิดเหตุ ส่วนหากอาสารายนี้เดินทางมาจริงเพื่อขอขมาทางครอบครัวจะยอมรับคำขอโทษหรือให้อภัย หรือไม่ก็คงตอบไม่ได้เพราะยังไม่ได้ตัดสินใจ เนื่องจากไม่ได้รับการดูแลจากตัวเจ้าหน้าที่อาสารายนี้เลย จะมีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาคอยดูแลแทนเท่านั้น แต่หากให้ทางญาติเข้ามาพบกับครอบครัวของน้องแซมเพื่อพูดคุยกันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าไม่ได้ตั้งใจหรือพลาดไปอย่างไรก็พอจะพูดคุยกันได้

               น.ส.อรวรรณ เปิดเผยว่ามีหลายหน่วยงานที่ได้นำเงินมามอบให้เป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาและมอบสิ่งของใช้จำเป็นสำหรับน้องแซม ซึ่งก็รู้สึกดีใจและขอบคุณเป็นอย่างมากที่สงสารเด็ก พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณทุกๆ หน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างใจจริง ก่อนจะกล่าวอวยพรให้ทุกท่านทำอะไรให้เจริญๆ พบเจอแต่ความสุข

                   มีรายงานเพิ่มเติมว่าช่วงสายวันนี้ พ.ต.ท.ภานุภัทน์ จงอภิชัยกุล พนักงานสอบสวน เจ้าของคดีได้เดินทางมาสอบปากคำ น.ส.กัลยา ตมกลาง แม่ของน้องแซม ที่โรงพยาบาลบางละมุง โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงก่อนจะเดินทางกลับไป แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดใดๆ ให้ผู้สื่อข่าวได้รับทราบ

Advertisement