ไร้เงาอาสามือตีเด็ก 2 ขวบเจ็บเย็บ 3 เข็ม พ่อเด็กโวยลั่นงานนี้ต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ด้านตำรวจแจงเบื้องต้นดำเนินคดีทำร้ายร่างกาย ส่วนจะสาหัสหรือเข้าข่ายพยายามฆ่าหรือไม่ต้องรอผลการชันสูตรจากแพทย์ ระบุระงับการปฏิบัติหน้าอาสาทั้งหมดชั่วคราว ขณะที่อาสามือตียังไม่เรียกสอบรอแม่เด็กในฐานะเจ้าทุกข์มาสอบปากคำและผลจากแพทย์ก่อน

               จากกรณีที่สามพ่อแม่ลูก ขี่จักรยานยนต์ออกไปซื้อของกิน แล้วเจอเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านอยู่ด้วยความกลัวจะเสียค่าปรับ จึงวนรถกลับ แต่จังหวะนั้นได้มีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครตำรวจ สภ.หนองปรือ กระโดดเข้ามาดักหน้าพร้อมใช้อาวุธซึ่งคาดว่าเป็นไม้ความยาวกว่า 2 เมตรฟาดใส่อย่างแรง จนถูกเข้าที่ศีรษะของลูกชายวัย 2 ขวบ 1 เดือนจนสลบ ต้องเย็บถึง 3 เข็ม จากนั้นผู้เป็นแม่ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี แต่ระหว่างที่สอบปากคำอยู่นั้น ลูกชายเกิดมีอาการอาเจียน จึงต้องหามส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ซึ่งต่อมาวันนี้นายสิวา นิลขำ อายุ 28 ปี พ่อของเด็กได้เดินทางมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่จากกรณีที่เกิดขึ้น และขอให้มีการตรวจปัสสาวะตัวเองเพื่อหาสารเสพติด ซึ่งก็ยอมรับว่าได้เสพมาเมื่อ 2-3 วันก่อน แต่การกระทำเช่นนี้ถือว่าไม่ถูกต้องจะขอให้ดำเนินคดีกับอาสารายนี้ถึงที่สุด ส่วนตัวเองจะโดนคดีเสพหรือหลบหนีการจับกุมไม่สวมหมวกนิรภัยก็ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการไปอย่างเต็มที่ เนื่องจากเสียใจที่บุตรชายได้รับบาดเจ็บในครั้งนี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้สอบปากคำไว้เป็นหลักฐาน

             มีรายงานว่าวันนี้ (27 มี.ค.62) ช่วงเวลาประมาณ 14.00 น.ทางเจ้าหน้าที่จะเรียกตัวนายจักรภพ บุญรอด หรือ ทร อาสาสมัครที่ก่อเหตุมาสอบปากคำ หลังมาเด็กได้แจ้งความดำเนินคดีไว้หลังเกิดเหตุในช่วงคืนที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าสุดท้ายอาสารายนี้ก็ไม่ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด จะมีแต่เพียง พ.ต.ท.กฤษณ์ มาสุข รอง ผกก.ป.สภ.หนองปรือ ที่ออกมาชี้แจงรายละเอียดแก่สื่อมวลชนที่มารอฟังผลความคืบหน้าของคดเป็นจำนวนมาก โดย พ.ต.ท.กฤษณ์ เปิดเผยว่าก่อนหน้านี้ได้เดินทางไปเยี่ยมอาการของเด็กที่ รพ.มาแล้ว และก็ให้คำยืนยันกับแม่ของเด็กไปแล้วว่าจะให้ความเป็นธรรมถึงที่สุด รวมทั้งจะดูแลค่ารักษาพยาบาลและอาการของเด็กอย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้เด็กได้ทำ TC-Scan แล้วและพบว่าไม่มีปัญหาทางสมองแต่อย่างใด แต่ก็คงต้องพักรักษาตัวจนกว่าจะปลอดภัย ขณะที่เจ้าหน้าที่เองก่อนหน้านี้ได้รับแจ้งความจากแม่เด็กไว้แล้วเรื่องทำร้ายร่างกาย แต่ด้วยเด็กติดแม่มากจึงต้องรอให้เด็กดีขึ้นก่อนจึงจะเรียกตัวแม่เด็กมาสอบปากคำและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น รวมทั้งผลการชันสูตรจากแพทย์ด้วยว่าอาการของเด็กรุนแรงขนาดไหน เพราะขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหานายจักรภพ บุญรอด อาสาสมัครรายนี้ไว้เพียง ทำร้ายร่างกาย ซึ่งหากผลการตรวจของแพทย์พบว่าเข้าข่ายอันตรายแก่ร่างกายถึงจิตใจ หรือบาดเจ็บสาหัส หรือเข้าข่ายพยายามฆ่าก็จะทำการตั้งข้อหาเพิ่ม และจะเรียกตัวอาสารายนี้มารับทราบข้อกล่าวหาและสอบปากคำ

ขณะที่นายจักร อาสาที่ก่อเหตุนั้นทราบว่าทำงานอาสามานานเกือบ 10 ปีแล้ว ปกติก็เป็นคนดีช่วยเหลืองานราชการเป็นอย่างดี และจากการพูดคุยเบื้องต้นเจ้าตัวก็รู้สึกเสียใจร้องไห้ตลอดเวลา และอยากไปเยี่ยมอาการของเด็กแต่เห็นว่าไม่เหมาะสมจึงระงับไว้ก่อน ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นทราบว่ามีการตั้งด่านตรวจรถผิดกฎหมายจริงในเวลา 22.00 น.ของคืนเกิดเหตุ โดยทางเจ้าหน้าที่มอบหมายให้ทางอาสาได้คอยดักรถที่พยายามหลบหนี กระทั่งมาเจอเคสของครอบครัวนี้ ซึ่งนายจักรภพ อาสาสมัครยืนยันว่าไม่ได้ตีตามที่พ่อเด็กบอก เพียงแต่เอาไม้กั้นไว้แต่พ่อเด็กขับรถเร็วและเบี่ยงหลบไม้จึงตวัดไปโดนที่ศีรษะเด็กเท่านั้น อย่างไรก็ตามก็เป็นสิทธิ์ที่แต่ละคนจะให้การแต่ก็ถือว่าเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ ซึ่งก็จะต้องทำการสอบข้อเท็จจริงต่อไป ส่วนกรณีของพ่อเด็กนั้นจะมีเรื่องของยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่คงเป็นละส่วนกัน เพราะคดีทำร้ายเด็กก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ต้องดำเนินการให้ถึงที่สุดและให้เกิดความเป็นธรรมด้วย

              ส่วนปัญหาของอาสาสมัครที่มักจะมีกระแสว่าทำตัวกร่างและเกินกว่าเหตุนั้น เรื่องนี้คงมีอยู่บ้างแต่อาจไม่รุนแรง อย่างไรก็ตามเบื้องต้นเรื่องที่เกิดขึ้นทาง สภ.หนองปรือ คงจะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบไม่ได้ และคงจะสั่งระงับการทำงานของอาสาทั้งหมด พร้อมให้ผู้กระทำผิดพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ไป จากนั้นจึงจะมาทำการอบรมและคัดกรองความประพฤติและประวัติของผู้ที่จะเข้ามาช่วยงานโดยละเอียดเสียก่อนๆที่จะมอบ หมายหน้าที่ให้มาช่วยเหลืองานราชการต่อไป

                  ด้านนายสิวา นิลขำ พ่อของเด็กซึ่งรอพบตัวอาสาที่มีข่าวว่าจะเดินทางมาให้ปากคำ ออกอาการไม่พอใจอย่างมากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เรียกตัวอาสารายนี้มาสอบปากคำ โดยระบุว่าจะรอแม่ของเด็กมาสอบก่อนและผลชันสูตรจากแพทย์ โดยระบุว่าครอบครัวถูกระทำเช่นนี้แต่ดูเหมือนไม่คืบหน้า แม้จะแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ด้วยตัวเอง ยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นถูกกระทำด้วยความตั้งใจ ขณะที่ของกลางที่ใช้ในการก่อเหตุก็เก็บรักษาไว้เพื่อนำมาประกอบสำนวนและจะพาครอบครัวเดินทางมาที่สถานีอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น เพื่อดูความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด