พัทยาไม่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างแน่นอน ด้วยปริมาณน้ำดิบทั้ง 5 อ่าง เหลือถึง 28 ล้านลูกบาศก์เมตร วอนขอให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า (มีคลิป)

              (8 มี.ค.62) นายสุทัศน์ นุชปาน ผู้จัดการประปาส่วนภูมิภาค สาขาพัทยา (ชั้นพิเศษ) เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูแล้งที่จะมาถึงนี้ว่า สำหรับสถานการณ์น้ำดิบ 5 อ่าง ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำหนองกลางดง อ่างเก็บน้ำห้วยขุ่นจิต อ่างเก็บน้ำชากนอก อ่างเก็บน้ำห้วยไข่เน่า และอ่างเก็บน้ำมาบประชัน ซึ่ง 5 อ่างนี้ มีความจุอยุ่ประมาณ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยในปีนี้มีน้ำอยู่เหลือประมาณ 28 ล้านลูกบาศก์เมตร หากเทียบกับปีที่ผ่านมาในช่วงเดือนเดียวกัน ปริมาณน้ำดิบมีมากกว่า ในการนำมาผลิตน้ำประปามาใช้อุปโภคบริโภคในพื้นที่อำเภอบางละมุงและเมืองพัทยา แม้ว่าทั้ง 5 อ่างนั้นจะเป็นอ่างเก็บน้ำของกรมชลประทานแต่กรมชลประทานได้อนุญาตให้การประปาส่วนภูมิภาคใช้น้ำดิบแต่เพียงที่เดี่ยว ทำให้สถานการณ์น้ำดิบในปีนี้จะมีความมั่นคงกว่าปีที่ผ่านมา ด้วยเพราะได้มีการบริหารจัดการแหล่งน้ำดิบมาแต่ช่วงต้นที่ 2561 ในการเก็บน้ำดิบทั้ง 5 อ่างเอาไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง นอกจากนี้ยังมีการนำน้ำดิบจากคลองชลประทานพระองค์เจ้าไชยานุชิต และแหล่งน้ำดิบจากจังหวัดระยอง อีก 40 % เพื่อนำมาผลิตน้ำประปา ส่งผลให้ภาพรวมสถานการณ์น้ำในช่วงฤดุแล้งปีนี้จะดีกว่าปีที่ผ่านมา แม้จะมีการใช้น้ำประปาเพิ่มขึ้นก็มีเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคของประชาชนอย่างแน่นอน จะไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของชาวบ้านและผู้ประกอบการในเมืองพัทยาอย่างแน่นอน
        นายสุทัศน์ เปิดเผยต่ออีกว่า ด้วยจะมีการเกิดปรากฎการณ์เอลนีโญ่ในปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดฝนที่ตกล่าช้าออกไปกว่าทุกปี ทั้งนี้จากสตินั้นทุกๆ ปี ฝนจะตกในช่วงเดือนพฤษภาคม แต่ด้วยปรากฎการณ์ดังกล่าวอาจทำให้ฝนตกล่าช้า การประปาได้มีการวางแผนเตรียมรับมือหากฝนตกล้าช้าออกไปกรกฎาคมในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ แม้ฝนจะตกล้าช้าออกไปอีก 2 เดือน น้ำที่มีอยู่นั้นยังมีปริมาณที่เพียงพอในการผลิตน้ำประปาแจกจ่ายไปถึงเดือนกันยายน ทำให้ฤดูแล้งนี้ประชาชนไม่ตกวิตกกังวลแต่อย่างใด ทั้งนี้อยากจะขอให้ประชาชนผู้ใช้น้ำ ให้ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า แม้น้ำจะมีเพียงพอ แต่การบริหารจัดการน้ำดิบนั้นต้องมีการนำน้ำมาจากหลายๆ แหล่งเพื่อให้ประชาชนได้มีน้ำใช้อย่างไม่ขาดสาย

 

Advertisement