สภาเมืองพัทยาจี้ถามข้อเท็จจริงฝ่ายบริหาร หลังสื่อบางสำนักกระพือข่าวแพร่ภาพหนังสือ DSI กระทรวงทรัพย์ฯ ส่งหนังสือสอบถามข้อเท็จจริง 3 เรื่อง

สภาเมืองพัทยาจี้ถามข้อเท็จจริงฝ่ายบริหาร หลังสื่อบางสำนักกระพือข่าวแพร่ภาพหนังสือ DSI กระทรวงทรัพย์ฯ ส่งหนังสือสอบถามข้อเท็จจริง 3 เรื่อง กรณีเอกชนทำเรือภัตตาคารในอ่าวพัทยาซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม อันเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายแต่ไม่มีการกำกับดูแล อาจเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ การจัดซื้อจัดจ้างขนถ่ายและกำจัดขยะพบมีเหตุสงสัยการจัดซื้อจัดจ้างเอกชนมีราคาสูงเกินกว่าที่ควรจะเป็น และปล่อยปละละเลยให้ประกอบการเดินเรือข้ามฟากพัทยา-หัวหินใช้ประโยชน์โดยไม่ควบคุม

            เมื่อเร็วๆ นี้  ในการประชุมสภาเมืองพัทยาเมื่อเร็วๆ นี้นายสินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร สมาชิกสภาเมืองพัทยา เปิดกระทู้ถามฝ่ายบริหารถึงกรณีที่มีสื่อบางสำนักได้นำเสนอภาพหนังสือจากศูนย์สอบสวนสะกดรอยและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ ทำหนังสือถึงเมืองพัทยาเพื่อส่งเรื่องสอบถามข้อเท็จจริง และได้รับเรื่องว่ามีบุคคลและกลุ่มบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกับเอกชนกระทำความผิดในหลายเรื่องและอาจต่อเนื่องเกี่ยวพันกัน อาทิ การปล่อยปละละเลยให้เรือภัตตาคารของเอกชนประกอบกิจการและมีการปล่อยน้ำเสียอันก่อให้เกิดมลพิษในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวด ล้อม ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ผิดกฎหมาย และผู้เกี่ยวข้องอาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติโดยมิชอบ รวมไปถึงการดำเนินการจัดเก็บ ขนถ่าย และกำจัดขยะ อาจมีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริตเนื่องจากการจัดซื้อจัดจ้างอาจมีราคาที่สูงเกินกว่าที่ควรจะเป็น ตลอดจนการแก้ไขระเบียบข้อกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนดำ เนินธุรกิจทำให้รัฐอาจสูญเสียรายได้ เป็นต้น โดยอยากทราบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว และสภาเมืองพัทยามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรหรือไม่ อีกทั้งปัจจุบันกรณีนี้มีผลสรุปเป็นเช่นใด
            นายโชฎึก โชติกำจร สมาชิกสภาเมืองพัทยา กล่าวว่าเคยถูก DSI เรียกตัวไปสอบสวนมาแล้วครั้งนึง เนื่องจากเป็นผู้สังเกตการณ์ในคณะกรรมการพิจารณาจัดหาประโยชน์ของเมืองพัทยา กรณีเรื่องการอนุญาตให้มีการเช่าพื้นที่ให้กับเอกชนในการจัดทำท่าเทียบเรือเฟอร์รี่ข้ามฟาก พัทยา-หัวหิน ซึ่งในการประชุมครั้งนั้นมีการกำหนดไว้ว่าจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจอด การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวที่คิดเป็นรายหัว และการไม่อนุญาตให้มีการจอดเรือค้างคืน แต่ต่อมาปรากฏว่าหนังสือที่ประกาศออกไปของเมืองพัทยาไม่ได้ระบุว่าเป็นสัญญาที่จัดทำกับนิติบุคคลรายใด เพียงเขียนกว้างๆ ไว้เหมือนเรือทั่วไป และก็ไม่ทราบได้ว่ามีการจัดเก็บจริงหรือไม่อย่างไร เพราะไม่ได้ติดตามและเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์เท่านั้น ขณะที่กรณีของเรือภัตตาคารนั้นแต่เดิมสมัยเมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา เป็นเรือภัตตาคารที่ให้บริการในลักษณะพานักท่องเที่ยวล่องเรือตามร่องน้ำเพื่อทานอาหารและชมทิวทัศน์ แต่ปัจจุบันเป็นการทอดสมอจอดลอยคออยู่ในอ่าวอย่างเดียว จึงไม่ทราบได้ว่ามีมาตรควบคุมกำกับดูแลและดำเนินการอย่างใด
              ด้านนายสุธีร์ ทับหนองฮี ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อมเมืองพัทยา ระบุว่าหนังสือดังกล่าวมีการสอบถามมาจริง แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาประมาณปีเศษแล้ว และทางหน่วยงานสอบถามก็ได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปสอบปากคำ สอบถามข้อเท็จจริง รวมทั้งตรวจสอบเอกสารรายละเอียดทุกอย่างครบถ้วนแล้ว กระทั่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีการส่งหนังสือเข้ามาสอบถามอีกซึ่งครั้งนี้น่าจะเป็นในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีผลสรุปของผลสอบทั้ง 3 กรณีดังกล่าวแต่อย่างใด เพียงแต่เมืองพัทยาก็ได้ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลทุกด้านอย่างครบถ้วนแล้ว และกรณีดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสภาเมืองพัทยาแต่อย่างใด
              ขณะที่นายอนันต์ อังคณาวิศัลย์ ประธานสภาเมืองพัทยา ระบุว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเมืองพัทยาโดยตรง แม้จะไม่มีความจำเป็นที่ฝ่ายบริหารต้องแจ้งให้กับสภาเมืองพัทยาได้รับทราบ แต่ก็น่าจะมีการชี้แจงและแจ้งข่าวสารเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงบ้าง เพราะอาจมีสภาเมืองพัทยาซึ่งเข้าไปเป็นคณะกรรมการในหลายภาคส่วนตามกฎหมายไปมีส่วนเกี่ยวข้องได้ แต่เมื่อระบุว่าสภาเมืองพัทยาไม่เกี่ยวข้องก็คงชัดเจน แต่หากมีผลสรุปประการใดก็ควรแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันด้วย
Advertisement