ของบสภาเมืองพัทยา 7.2 ล้าน ล้อมรั้ว ซื้อผ้ายางคลุมกองขยะ 5 หมื่นตันตกค้างเกาะล้าน หลังถูกระงับขนถ่ายไปกำจัดนอกพื้นที่เพราะขัดกฏหมาย งานนี้หวังปิดบังภาพอุจาดหรือแก้ปัญหาถาวร

             ในการประชุมสภาเมืองพัทยา สมัยสามัญ สมัยแรก ครั้งที่ 1 ประจำปี 2562 ฝ่ายบริหารนำเสนอญัตติ เรื่องการขอรับอนุญาตจ่ายขาดเงินสะสมเพื่อปูแผ่น HDPE คลุมกองขยะพร้อมล้อมรั้วบ่อขยะ บริเวณเขานม หาดแสม บ้านเกาะล้าน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อรองรับการดำเนินการจ้างเหมาเอกชนเข้ามากำจัดขยะมูลฝอยบนพื้นที่เกาะล้านด้วยวิธีเผาทำลาย โดยมีความประสงค์ขอรับการอนุมัติจ่ายขาดงบประมาณสะสมจำนวน 7,190,000 บาทถ้วน ทั้งนี้ฝ่ายบริหาร กล่าวว่า ตามที่สภาเมืองพัทยาได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 95 ล้านบาท เมื่อปี 2557 ในยุค พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี ดำรงตำแหน่งเป็นนายกเมืองพัทยา ซึ่งได้นำเสนอให้มีการของบประมาณไปแก้ไขปัญหาขยะตกค้างบนเกาะล้านกว่า 5 หมื่นตัน บนพื้นที่กว่า 12 ไร่เศษ โดยจะว่าจ้างภาคเอกชนเข้ามาทำการขนถ่ายขยะออกจากพื้นที่เกาะล้านตามหลักสุขาภิบาลในพื้นที่บนฝั่ง เพื่อลดปัญหาและกระทบที่เกิดขึ้นมากมาย เนื่องจากเมืองพัทยาไม่สามารถดำเนินการเองได้ด้วยปัญหาเรือที่ใช้สำหรับการขนถ่ายเกิดการชำรุดอย่างหนักก่อให้เกิดขยะตกค้างเป็นจำนวนมาก แต่ต่อมากระทรวงมหาดไทยได้มีนโยบายเน้นย้ำการดำเนินการตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยให้กำจัดขยะมูลฝอย ณ แหล่งดำเนิน และพิจารณาใช้เทคโนโลยีในการจัดการมลพิษให้เหมาะสมกับพื้นที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ โดยถือปฏิบัติให้เป็นไปตามกฏกระทรวงมหาดไทย เรื่องการจัดการมูลฝอย พ.ศ.2560 และกฎกระทรวง เรื่อง สุขลักษ ณะการจัดการมูลฝอย ทางเมืองพัทยาจึงพิจารณาทบกวนแนวทางการจัดการมูลฝอยตกค้างใหม่แล้วมีความ เห็นว่าเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย จึงเปลี่ยนแปลวงวิธีการกำจัดให้เป็นไปตามผลการเผาทำลายตามผลการศึกษาที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือได้ศึกษาไว้

โดยในช่วงระยะเวลาของการรอการว่าจ้างภาคเอกชนเข้ามาดำเนินการซึ่งมีแผนให้เริ่มปฏิบัติงานภายในเดือนกันยายน 2562 นี้ โดยการนำเตาเผาขนาดเตาละ 25 ตัน จำนวน 2 เตา มาจัดตั้งและทำการเผาทำลายเพื่อลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้น แต่ด้วยปัญหาขยะตกค้างที่มีจำนวนมากและเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน ทำให้สภาพสิ่งแวดล้อม ภูมิทัศน์ และเกิดมลพิษทั้งกลิ่นและด้านอื่นๆ อันส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวโดยตรง จึงเสนอขอการปรับแต่งกองขยะใหม่ด้วยการจัดทำรั้วกำแพงล้อมรอบบ่อขยะ พร้อมประตูเหล็กเข้า-ออกกว้าง 2.4 เมตรสูง 3 เมตร รวมทั้งการปูแผ่น HDPE เพื่อนำคลุมกองขยะไว้เพื่อลดปัญหากลิ่นและภาพอันไม่พึงประสงค์ ในงบประมาณดำเนินการทั้งสิ้น 7,190,000 บาท ในระยะเวลาดำเนินการ 180 วัน
               ด้านนายสินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร สมาชิกสภาเมืองพัทยา กล่าวว่า ปัญหาขยะเกาะล้านถือเป็นวาระของเมืองพัทยาที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไข เนื่องจากส่งผลกระทบต่อเนื่องและจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาในภาพรวมได้ ซึ่งจากการลงดูพื้นที่ของสภาพัทยาพบว่าปัญหาสะสมมากขึ้นทุกวัน และไม่มีแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน แต่ที่ผ่านมาทราบว่าทางเมืองพัทยาได้นำสาร EM มาฉีดพ่นทำให้ลดปัญหากลิ่นและสัตว์พาหะนำโรคลงได้มาก อย่างไรก็ตาม การนำแผ่น HDPE มาคลุมไว้อาจทำให้เกิดการหมักหมมของแก๊สมีเทน ขณะที่ขยะเก่าที่สะสมไว้ก็ยังไม่มีแนวทางการกำจัดที่ชัดเจน ส่วนการนำเตาเผามาลงไว้ตามผลการศึกษาก็พบว่าสามารถจัดการขยะได้เพียงวันละ 50 ตันเท่านั้น ซึ่งรองรับได้เพียงขยะใหม่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ส่วนขยะเก่าที่ระบุว่าจะหมดไปในเวลา 3 ปีจึงไม่น่าที่จะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ และหากปริมาณขยะใหม่จัดการไม่หมดก็ต้องเกิดปริมาณขยะสะสมขึ้นอีก จึงขอให้เมืองพัทยาเร่งพิจารณาแนวทางเสริมแบบอื่นเช่นการกำจัดขยะเหมือนในพื้นที่ อบจ.ระยอง หรือ นาวิกโยธิน ที่เคยมีการนำเสนอไว้ครั้งก่อนด้วย

อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดสภาเมืองพัทยามีมติอนุมติงบประมาณตามคำร้องขอ พร้อมจะได้มีการพิจารณานำเสนอในการจัดทำเตาเผาขยะหรือแผนการในระยะสั้น กลาง ยาว เพื่อแก้ไขปัญหาขยะตกค้างในพื้นที่เกาะล้านอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
Advertisement