พร้อมฝ่าคลื่นสูง ช่วยชาวใต้ เรือหลวงจักรีนฤเบศร เตรียมความพร้อม 24 ชม. รับมือพายุปาบึก

กองทัพเรือสั่งการยกระดับการเตรียมพร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัยสูงสุด มอบหมาย “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” เป็นหมู่เรือเฉพาะกิจบรรเทาสาธารณะภัยทางทะเล เตรียมความพร้อม 24 ชม.รับมือพายุโซนร้อน “ปาบึก”

            จากกรณีที่ พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ สั่งการให้มีการจัดกำลังเตรียมความพร้อมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุ “ปาบึก” (PA BUK) ขั้นสูงสุด โดยเตรียมเรือหลวงอ่างทอง พร้อมเรือหลวงมกุฎราชกุมาร รอคำสั่งเพื่อนำกำลังไปช่วยเหลือภายใน 24 ชม. จากกรณีพายุโซนร้อน “ปาบึก” จะพัดผ่านพื้นที่ภาคใต้หลายจังหวัด ในช่วงระหว่างวันที่ 4-5 ม.ค.62 นั้น
           ล่าสุดวันที่ 4 ม.ค.62 ที่ท่าเรือจุกเสม็ด อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พลเรือเอก นพดล สุภากร ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เดินทางมาทำการตรวจกำลังพลและความพร้อมเกี่ยวกับภารกิจดังกล่าว หลังได้รับคำสั่งให้มีการยกระดับการเตรียมความพร้อมเป็นขั้นสูงสุด โดยมอบหมายให้ “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” เป็นหมู่เรือเฉพาะกิจเพื่อบรรเทสาธารณภัยทางทะเล ทั้งนี้ได้มีการจัดเตรียมกำลังพลจำนวนกว่า 900 นาย จัดเตรียมความพร้อมโดยการโหลดน้ำมันเรือ น้ำมันอากาศยาน รวมไปถึงน้ำบริโภคและเสบียงอาหาร ของกำลังพลและผู้ประสบภัย ถ้ามีการช่วยเหลือขึ้นมาบนเรือ โดยหมู่เรือเฉพาะกิจบรรเทาสาธารณภัยทางทะเล กองทัพเรือ ประกอบกำลังด้วย ร.ล.จักรีนฤเบศร และเฮลิคอปเตอร์ จำนวน 4 ลำ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (หน่วยซีล) พร้อมเรือยาง และชุดปฏิบัติการกู้ชีพและช่วยชีวิตทางน้ำ (Maritime Aquatic Life Support Team: MAL) ชุดสำรวจสำรวจและประเมินความเสียหาย ทร.(Naval Disaster Assessment Team:NDAT) ชุดค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยบนบก ชุดปฏิบัติการจิตวิทยาและประชาสัมพันธ์ และกรมแพทย์ทหารเรือ ทั้งนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมพร้อมการสาธิตวิธีการโหลดสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางอากาศ และการลำเลียงผู้บาด เจ็บด้วยเฮลิคอปเตอร์ เพื่อนำส่งโรงพยาบาลสนามภายในเรือที่มีการจัดเตรียมความพร้อมไว้ทุกระดับ
          พลเรือเอก นพดล กล่าวว่าขณะนี้กองทัพเรือ มีคำสั่งให้เตรียมพร้อมออกเรือเพื่อปฏิบัติการช่วยเหลือได้ตลอดเวลาตั้งแต่เวลา 12.00 น.ของวันนี้ หรือปฏิบัติได้ทันที หลังศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ หรือศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ มีคำสั่งลงมา เนื่องจากมีการโหลดสัมภาระ สิ่งของจำเป็น อุปกรณ์ช่วยเหลือ และทีมปฏิบัติครบถ้วน เพื่อมุ่งหน้าสู่พื้นที่ภาคใต้ในเวลาเดินทางประมาณ 15 ชม. เพียงแต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะไปในพื้นที่หรือระยะเวลาใด โดยกำลังมีการประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดและเตรียมความพร้อมไว้อย่างเต็มที่