อำเภอบางละมุง ชี้ ผู้มีสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในพื้นที่อำเภอบางละมุง ยังไม่มารับบัตรอีก 865 ราย ย้ำ! หากไม่มารับภายในสิ้นเดือนมกราคมนี้ ต้องไปติดต่อรับที่จังหวัดชลบุรี

          ( 3 มกราคม 2562) ตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน โดยภาครัฐได้เริ่มรับลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในกลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน – 1 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยทางกระทรวงการคลัง ได้จัดส่งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติมภายใต้โครงการไทยนิยมยั่งยืน ในกลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ เพื่อส่งมอบให้กับผู้ที่ลงทะเบียนและได้รับการตรวจสอบจากกระทรวงการคลังและได้รับสิทธิ์ โดยพบว่าปัจจุบัน ตามองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ยังคงมีผู้ที่ได้รับบัตรและยังไม่ได้ไปรับบัตรจำนวนหนึ่ง ซึ่งทางองค์กรปกครองสวนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอบางละมุง ก็ได้ทำการส่งมอบบัตรที่เหลือที่ยังไม่ได้มีการลงทะเบียนรับบัตรกลับคืนมายังอำเภอบางละมุงแล้ว

ซึ่งเรื่องดังกล่าว จ่าเอก ภิทยาภรณ์ กอแก้ว ปลัดอำเภอบางละมุง เปิดเผยว่า สำหรับยอดผู้มีสิทธิ์ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในโครงการนี้ ในพื้นที่อำเภอบางละมุง พบว่ามีจำนวน 3,407 ราย และมีผู้มารับบัตรแล้วทั้งอำเภอ 2,542 ใบ คิดเป็นร้อยละ 74.61 เปอร์เซ็นต์ ยังคงเหลืออีก 865 ราย ที่ยังไม่มีผู้มารับบัตร โดยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั้ง 865 ใบนี้ จนถึงสิ้นเดือนมกราคม หากพบว่ายังไม่มีผู้มาแสดงตัวเพื่อขอรับบัตร ทางอำเภอบางละมุงก็จะต้องส่งบัตรดังกล่าวไปที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งหลังจากนั้นผู้ที่มีสิทธิ์จะต้องไปรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐชุดนี้ได้ที่จังหวัดชลบุรี

สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนเพื่อขอรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและต้องการตรวจสอบสิทธิ์ สามารถตรวจสอบได้ที่ เว็บไซต์ WWW.WELFARE.mof.go.th เพียงใส่หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนกรอกลงไป ก็จะทราบว่าได้รับสิทธิ์หรือไม่ และให้ไปรับได้ที่ไหน แต่ขณะนี้พบว่าหมดเวลาที่จะไปรับที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว ทั้ง 865 คน ที่เหลือต้องมารับบัตรที่อำเภอบางละมุง จากนั้นทางอำเภอจะทำการลงทะเบียนให้ ใช้เวลา 3-4 วัน ถึงจะเข้าระบบและสามารถที่จะใช้บัตรได้ ซึ่งนอกจากวงเงินที่จะได้รับในการซื้อสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภค 200-300 บาทต่อเดือนแล้ว ยังมีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม เช่น มาตรการในการช่วยเหลือค่าไฟฟ้า ค่าประปา ค่าไฟฟ้ามาเกิน 230 บาท ต่อครัวเรือน / เดือน ค่าน้ำประปา ไม่เกิน 100 บาท / ครัวเรือน / เดือน เริ่มใช้ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 – กันยายน 2562 เป็นต้นไป