สภาเมืองพัทยาตอกฝ่ายบริหารปัญหาขยะล้นเกาะล้าน หลังแจงเน้นนโยบาย “เกิดปัญหาที่ไหนต้องแก้ที่นั่น” ชี้ผ่านงบ 95 ล้านหวังขนถ่ายออกจากพื้นที่นานนับปีแต่ยังไม่คืบ!

สภาเมืองพัทยาตอกฝ่ายบริหารปัญหาขยะล้นเกาะล้าน หลังแจงเน้นนโยบาย “เกิดปัญหาที่ไหนต้องแก้ที่นั่น” ชี้ผ่านงบ 95 ล้านหวังขนถ่ายออกจากพื้นที่นานนับปีแต่ยังไม่ดำเนินการ สุดท้ายขยะล้นท่องเที่ยวเสียหาย ระบุไม่สนวิธีดำเนินการแต่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อรักษาแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

          ในการประชุมสภาเมืองพัทยา ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายโชฎึก โชติกำจร สมาชิกสภาเมืองพัทยา เปิดอภิปรายถามตรงต่อฝ่ายบริหารเมืองพัทยา กรณีความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินการในการแก้ไขและกำจัดขยะบนเกาะล้าน หลังจากพบว่าปัญหาดังกล่าวยังไม่มีทีท่ายุติและกำลังลุกลามขึ้นเรื่อยๆจนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว อีกทั้งในช่วงเดือนธันวาคม 2560 หรือกว่า 1 ปีที่ผ่านมาสภาเมืองพัทยาได้มีการอนุมัติงบประมาณไปจำนวนกว่า 95 ล้านบาทเพื่อให้ดำเนินการว่าจ้างภาคเอกชนขนถ่ายขยะจำนวนกว่า 5 หมื่นตันจากเกาะล้านมาฝังกลบบนฝั่งแต่ก็พบว่ายังไม่มีความคืบหน้า ขณะที่งบประมาณในการว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญมาศึกษาถึงแนวทางการกำจัดขยะบนเกาะล้านไปแล้ว แต่ปัจจุบันปัญหาขยะบนเกาะล้านก็ยังถือเป็นเผือกร้อนที่ยังไม่รับการแก้ไข แต่ยังคงเพิ่มปัญหาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ซึ่งเรื่องนี้ถือว่ามีการรอคอยการแก้ไขปัญหามาอย่างยาวนานแล้วแต่ยังไม่มีผลงานหรือความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาใดๆ


ด้านนายปรเมศวร์  งามพิเชษฐ์ รองนายกเมืองพัทยา กล่าวว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาขยะบนเกาะล้านนั้นที่ผ่านมานายกเมืองพัทยาได้มีการหารือกับส่วนที่เกี่ยวข้องไปแล้ว และมีความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาขยะบนเกาะล้านอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีนโยบายว่า “ขยะเกิดขึ้นไหนก็ต้องแก้ที่นั่น” ซึ่งขณะนี้กำลังหาวิธีการ รวมทั้งศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป  ขณะที่นายอธิพัชร์  ยิ่งศิริธัญรัฐ รองปลัดเมืองพัทยา ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาขยะเกาะล้าน กล่าวชี้แจงว่าสำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาขยะบนเกาะล้านนั้นได้มีการจัดทำร่าง TOR เสร็จนานแล้ว และก็ควรจะดำเนินการตามระเบียบพัสดุไปแล้ว แต่ก็ยังไม่คืบหน้าเพราะยังไม่มีความชัดเจนในการกำจัดเปรียบเสมือน “น้ำวนในอ่าง” ทั้งๆ ดำเนินการตามขั้นตอนครบทุกอย่างแล้ว สุดท้ายก็ยังหาผู้รับจ้างไม่ได้ แม้จะมีการระบุไว้ใน TOR เรื่องของสถานที่ฝังกลบไว้แล้ว 2 แห่ง คือที่ แพรกษา จ.สมุทรปราการ และ จ.ระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้นหากมีพื้นที่ใกล้ ถูกกฎหมาย และราคาที่ถูกลง รวมทั้งมีผู้รับจ้างที่สนใจก็สามารถยื่นซองประกวดราคาได้เพื่อประโยชน์ทางราชการ และแก้ไขปัญหาขยะที่ตกค้างจำนวนมากเหล่านี้ ที่ผ่านมาได้มีความพยายามในการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันปัญหาขยะก็อยู่ในขั้นตอนของระเบียบพัสดุแล้ว ส่วนการศึกษาวิธีกำจัดขยะบนเกาะล้านนั้นที่ผ่านมาผลการศึกษาระบุให้มีการดำเนิน การก่อสร้างเตาเผาขยะบนเกาะล้านจำนวน 2 เตา ซึ่งใข้พื้นที่ดำเนินการกว่า 12.3 ไร่ แต่พบว่าที่ดินบนเกาะล้านก็มีปัญหาและไม่เหลือพื้นที่เพียงพอให้ดำเนินการ ที่สำคัญเตาเผาขยะที่ออกแบบไว้ก็มีความสามารถในการเผาทำลายขยะได้เพียงเตาละ 25 ตัน/วัน หรือรวมกันเพียงวันละ 50 ตันเท่านั้น ขณะที่มีขยะตกค้างอยู่ถึง 5 หมื่นกว่าตันซึ่งคงต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีถึงจะกำจัดได้หมด ขณะที่ปริมาณขยะบนเกาะล้านก็มีปริมาณสูงขึ้นเฉลี่ยถึงวันละ 20 ตัน จึงถือเป็นเรื่องยากลำบากต่อการดำเนินการ ทุกวันนี้สภาพสิ่งแวดล้อมของแหล่งท่องเที่ยวบนเกาะล้านเสียหาย พาหะนำโรคอย่าง แมลงวัน เกิดขึ้นมากมาย ถ้าหากยังไม่มีวิธีดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ปัญหาในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรทางธรรมชาติ การท่องเที่ยว รวมทั้งเรื่องของโรคติดต่ออาจตามมาได้ในอนาคต
ด้านนายสินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร สมาชิกสภาเมืองพัทยา กล่าวว่าสำหรับเรื่องปัญหาขยะบนเกาะล้านนั้นถือเป็นเรื่องที่มีการติดตามกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งถือเป็นมหากาพย์ที่สภาฯ ชุดนี้ได้ติดตามและหาแนวทางแก้ไขมานานกว่า 2 ปีตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง เพราะถือเป็นสถานการณ์ที่วิกฤตเป็นอย่างมาก กระทั่งได้มีการหารือเกี่ยวกับแนวทางการกำจัดกับผู้บริหารชุดที่ผ่านมา โดยพร้อมจะเร่งดำเนินการไม่ว่าจะใช้วิธีการใดก็ได้เพื่อให้ขยะบนเกาะล้านได้ถูกเคลื่อนย้ายหรือกำจัดออกไป ก่อนที่สภาฯจะอนุมัติงบประมาณไปจำนวน 95 ล้านบาทเพื่อให้ทำการว่าจ้างภาคเอกชนเข้ามาขนถ่ายไปฝังกลบ ซึ่งจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 1 ปี ด้วยเกาะล้านคงไม่มีที่ฝังกลบ และไม่มีเวลาพอในการดำเนินการก่อสร้างเตาเผาซึ่งแม้จะมีความจำเป็นและต้องจัดทำแน่นอนในอนาคต ดังนั้นในความคิดเห็นส่วนตัวคงเห็นชอบกับรองปลัดเมืองพัทยาที่ว่าปัญหาขยะเกาะล้านนั้นคงเป็นปัญหาที่ไม่สามารถรอเวลาได้และคงไม่ใช่การแก้ไขที่ต้นตอหรือพื้นที่ เพราะปัญหาดังกล่าวไม่ได้กระทบเพียงแต่ชาวบ้านเท่านั้น แต่ยังกระทบไปถึงการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาอีกด้วย


ทั้งนี้ ทางฝ่ายบริหารได้รับกรณีดังกล่าวไว้และจะนำเรื่องไปเร่งหารือเพื่อกำหนดนโยบายการแก้ไขที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมโดยเร็วต่อไป….